ทริคเรียนหนังสือให้เก่ง แม้หัวไม่ดีก็เก่งได้ไม่ยาก

            ทริคเรียนหนังสือให้เก่ง หลายคนคงเคยสงสัยว่า ทำไมเพื่อนบางคนของตนนั้น หัวไม่ดี ไม่มีไหวพริบเท่าไหร่ แต่ทำไมจึงเรียนหนังสือเก่ง ซึ่งตัวเราเองก็พอฟัดพอเหวี่ยงกะเพื่อนคนนี้ แต่เขามักจะได้คะแนนสอบ หรือเกรดดีกว่าเราเสมอ มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่ วันนี้เราจึงอยากแนะนำ ทริคการเรียนหนังสือให้เก่ง ให้น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา ได้นำไปปรับใช้กับการเรียน จะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

ทริคเรียนหนังสือให้เก่ง แม้หัวไม่ดีก็เก่งได้ไม่ยาก

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

ทริคเรียนหนังสือให้เก่ง

            เริ่มจากสิ่งแรก ถ้าหากคุณต้องการเรียนหนังสือให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น เราต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้นเราจึงต้องรู้ว่าหากเราต้องตื่นตอนเช้า เราจะต้องเข้านอนไม่เกินกี่ทุ่ม แต่ทั่ว ๆ ไปโดยเฉลี่ยแล้วจะไม่เกิน 5 ทุ่ม เพราะหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ จะทำให้สมองไม่ปรอดโปร่ง โลดแล่น และหากเราเข้านอนและตื่นตรงเวลาทุกวัน จะทำให้เกิดความเคยชินและไม่อ่อนเพลีย สมองสามารถทำงานได้เต็มที่ ส่วนอีกอย่างก็สำคัญมาก ๆ ก็คือ ต้องทานอาหารเช้าทุกวัน เพื่อร่างกายจะได้มีพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างวันนั่นเอง

2. ตาดู หูฟัง มือเขียน

ทริคเรียนหนังสือให้เก่ง

            ทริคนี้ จะต้องใช้ประสาทสัมผัสที่สัมพันธ์กัน เหมือนกับที่ได้กล่าวไปในอันดับแรกก็คือ เราต้องมีสมาธิในการฟังเสียก่อน หลังจากนั้นก็ทำความเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์พูด เสร็จแล้วก็จดสิ่งที่เราเข้าใจลงไปในสมุด กันลืม แต่ไม่ควรฟังไปเขียนไป เพราะเราจะไม่มีเวลาทำความเข้าใจ และไม่รู้ว่าไอ้สิ่งที่เราจดมานั้นหมายความว่าอย่างไร หากใครได้ทำตามวิธีนี้ รับรองว่าได้ผลเร็วขึ้นอย่างแน่นอน

3. การเตรียมตัวสำหรับชั่วโมงต่อไป

การเตรียมตัวสำหรับชั่วโมงต่อไป

            เราจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชั่วโมงเรียน หรือเตรียมความพร้อมก่อนมาเรียนก็ตาม ซึ่งเป็นวิธีเรียนเก่งที่ได้มาจากเจ้าของเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ อันดับแรก ในการจดโน้ตหัวข้อที่เรายังไม่เข้าใจในคาบนี้เก็บไว้ถามอาจารย์ในคาบหน้า เสร็จแล้วเขียนเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ว่าวันนี้เรียนอะไรไปบ้าง เผื่อที่จะสามารถกลับไปทบทวนบทเรียนที่เรียนมาในวันนี้ที่บ้านได้ และต้องตัดความไม่สบายใจ หรือเรื่องที่ค้างคาใจในชั่วโมงก่อนหน้านี้ให้หมด

4. ทำการบ้านส่งวันต่อวัน

ทำการบ้านส่งวันต่อวัน

            การบ้านที่อาจารย์สั่งมา แม้จะกำหนดส่งภายใน 2 หรือ 3 วันก็ตาม แต่สิ่งที่จะทำให้คุณมีความรับผิดชอบมากขึ้นได้ ก็คือการไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง เพราะถึงแม้หลาย ๆ คนจะรู้อยู่ว่าดินพอกหางหมูไม่ดี แต่ทุกๆคนก็เคย หรือยังมีดินพอกหางหมูอยู่ทั้งนั้น บางคนเคยพอกนานถึงสองเดือนด้วยซ้ำ มันลำบากมากที่ต้องมาตามแก้ดินพอกหางหมู บางครั้งใช้เวลามากกว่าเดิม 3 เท่าบ้าง 4 เท่าบ้าง ดังนั้น หากอาจารย์สั่งงาน เราควรทำให้เสร็จในวันนั้นจะดีที่สุด เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีวิชาไหน ที่เราต้องทำการบ้านส่งอีกนั่นเอง

5. ลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจมากที่สุด

ลงมือทำด้วยตัวเอง เพื่อให้เข้าใจมากที่สุด

            มีนักเรียน นักศึกษาหลายคน ที่ลอกการบ้านเพื่อส่ง เหตุผลอาจจะมาจาก การบ้านเยอะกลัวส่งไม่ทัน หรือบางคนไม่เข้าใจ ขี้เกียจคิดเอง ก็ลอกเพื่อนส่งดีกว่า ซึ่งก็มีหลายคนที่มองข้ามการทำโจทย์ และแบบฝึกหัดต่าง ๆ ไปโดยสิ้นเชิง แล้วกลับไปให้ความสำคัญกับการเรียนเนื้อหา หรือทฤษฎีต่าง ๆ หลาย ๆ คนหนักข้อ แบบฝึกหัดข้อแรกที่ได้ทำคือในห้องสอบนั่นเอง แล้วมันจะทำได้อย่างไร พอออกมาจากห้องสอบก็น้ำตาตกในการทำไม่เป็น

            ถ้าเปรียบเหมือนนักฟุตบอลเก่ง ๆ อย่างเมสซี่ เขามีเคล็ดลับในการเตะฟุตบอลให้เก่งซ่อนอยู่ นั่นคือ เขาใช้เวลาเรียนทฤษฎีนิดเดียว เอาให้ได้ครบสักรอบสองรอบก็พอ แล้วใช้เวลาที่เหลือไปทุ่มเทให้กับการซ้อมในสนาม (ทำแบบฝึกหัด) อย่างหนักทุกวัน ๆ ถ้าอยากเรียนเก่งเหมือนเมสซี่เล่นบอลเก่ง เราก็ต้องขยันทำแบบฝึกหัดเยอะ ๆ เข้าไว้

            นี่ก็คือ ทริคการเรียนหนังสือให้เก่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นทริคการเรียนพื้นฐาน ที่เราแทบจะรู้กันอยู่แล้วทุกข้อด้วยซ้ำ แต่ก็มีเพียงเพื่อน ๆ ของเราที่เรียนเก่งเท่านั้นที่ปฏิบัติตามนี้ ถ้าเช่นนั้นใครอยากเรียนเก่งบ้าง ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

           หนึ่งในธุรกิจที่กำลังเติบโต และได้รับกระแสตอบรับดีที่สุดในขณะนี้ คงต้องยกให้ ธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เพราะด้วยไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบันที่เปลี่ยนไป เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบอิสระอยู่เป็นโสดมากขึ้นนั่นเอง

           สำหรับคนที่ชื่นชอบการเดินทาง ชอบไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ เราจะพาทุกคนไปดู ที่เที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ให้เราได้เที่ยวอยู่หลายแห่งและสามารถไปได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว